ความรู้เกี่ยวกับโรคจากอาหารเป็นสื่อ


สัตว์พิษ

ปลาปักเป้า
ลักษณะ
ปลาปักเป้า (Puffer fish) เป็นปลาอาศัยอยู่ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม พบได้ในประเทศ ที่มีอากาศร้อน หรือเขตอบอุ่น ในประเทศไทยพบปลาปักเป้าน้ำจืดได้ตามแหล่งน้ำ เช่น หนอง คลอง บึง ส่วนปลาปักเป้าหนามทุเรียน เป็นปลาปักเป้าทะเล พบได้ในอ่าวไทย ปลาปักเป้ามีหนามแหลมแข็งอยู่รอบตัว เพื่อใช้เป็นอาวุธป้องกันศัตรู โดยความยาว ของหนามขึ้นอยู่กับชนิดของปลาปักเป้า ตามปกติ ปลาปักเป้า จะมีลักษณะ เหมือน ปลาทั่วไปโดยลู่หนามไว้ข้างลำตัว หากถูกรบกวนจะพองตัวโตขึ้น มีรูปร่างคล้าย ลูกโป่ง หรือ ลูกบอลลูน หนามแหลมแข็งก็จะตั้งขึ้น รอบตัวทุกทิศทาง

สารพิษ
สารเตโตรโดทอกซิน (Tetrodotoxin)

อาการ
ลักษณะอาการของผู้ที่ได้รับพิษ หลังรับประทานอาหารเข้าไปประมาณ 10 - 30 นาที จะมีอาการดังนี้ (บางรายอาจเป็นชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณของพิษที่ผู้ป่วยได้รับเข้าไป)

  • ระยะแรก จะเริ่มมีอาการชาที่ริมฝีปาก ลิ้น บริเวณใบหน้าและปลายนิ้ว รวมทั้งคลื่นไส'อาเจียน
  • ระยะที่สอง จะมีอาการอ่อนเพลีย ชามากขึ้น แขนขา ไม่มีแรง จนเดินหรือยืนไม่ได้
  • ระยะที่สาม จะมีกล้ามเนื้อกระตุกคล้ายชัก พูดลําบาก ตะกุกตะกัก เนื่องจาก สายกล่องเสียง เป็นอัมพาต
  • ระยะที่สี่ กล้ามเนื้อจะเป็นอัมพาต หายใจไม่ออก ไม่รู้สึกตัว และ ถึงแก่ความตาม โดยการหยุดหายใจ

คางคก
ลักษณะ
คางคกเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มีต่อมน้ำเมือกใกล้หู (parotid gland) ซึ่งขับเมือก ที่มีสารชีวพิษ ประเภท digitaloids ได้แก่ bufotoxin, aglucones bufagins และ bufotalins ซึ่งมีลักษณะทาง เคมีและการออกฤทธิ์คล้าย กับ digitalis glycosides นอกจากนี้มี alkaloids และสารประกอบอื่นๆ อีกหลายชนิด ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคือง เฉพาะที่ แต่ไม่มากพอที่จะทำให้เกิดอาการตามระบบต่างๆได้ สามารถพบสารชีวพิษดังกล่าว นี้ได้ที่หนังและเลือดของ คางคก ทั่วไป (Bufo vulgaris) และ คางคกใหญ่ (Bufo agua)

สารพิษ
สารดิจิทาลอยด์ (Digitaloids)

อาการ
มักเกิดขึ้นช้าๆ ภายหลังรับประทานคางคกแล้วหลายชั่วโมง เด็กจะสามารถทนต่อพิษ ได้มากกว่าผู้ใหญ่ เริ่มต้นผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วง อาจมีอาการสับสน วิงเวียน เห็นภาพเป็นสีเหลือง ระดับความรู้สติจะเปลี่ยนแปลง เริ่มตั้งแต่สับสน เพ้อ ง่วงซึม มีอาการทางจิตประสาทจนถึงชักและหมดสติ อาการสำคัญคือ หัวใจจะเต้นช้าลง และผิดจังหวะ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจจะพบ atrioven tricular block ระดับต่างๆ ทั้งนี้ขึ้น อยู่กับขนาดของพิษที่ได้รับมี PVC, multiple foci extrasystole หรือ ventricular tachycardia และสุดท้าย จะเป็น ventricular fibrillation ผู้ป่วยจะถึงแก่กรรมจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว


แมงดาถ้วย
ลักษณะ
แมงดาทะเลเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างแปลก เหมือนชามกะละมังคว่ำ ทางด้าน หัวโค้งกลม แมงดาทะเลมีเปลือกหนาแข็ง ห่อหุ้มอยู่ทั่วทั้งตัว มีหางแข็งยาว ปลายแหลม ยื่นออกมาหาส่วนท้ายของลำตัว สำหรับใช้ต่างสมอ ปักลงกับพื้น ท้องทะเล เมื่อต้องการนอนนิ่งอยู่กับที่ แมงดาทะเลอาศัยอยู่ที่พื้นทะเลน้ำตื้น ๆ คลานหากินไปตามพื้นทราย กินหอยเล็ก ๆ ปูเล็ก ๆ เป็นอาหาร ศัตรูคือเต่าทะเล และฉลาม แมงดาทะเลตัวผู้กับตัวเมียมีรูปร่างคล้ายกัน แต่ตัวเมีย มีขนาดใหญ่ กว่ามาก ไข่เป็นเม็ดกลมสีเหลืองขนาดเม็ดสาคู และมีจำนวนหลายร้อยฟอง

สารพิษ
พิษของแมงดาถ้วยน่าจะมาจาก 2 สาเหตุคือ 

  1. ตัวแมงดาถ้วยไม่มีพิษแต่เกิดจากแมงดาถ้วยไปกินตัวแพลงก์ตอนที่มีพิษ หรือกินหอยหรือหนอนที่กิน แพลงก์ตอนที่มีพิษเข้าไป ทำให้สารพิษ ไปสะสม อยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดาถ้วย
  2. ตัวแมงดาถ้วยมีพิษซึ่งเกิดจากแบคทีเรียในลำไส้สร้างพิษขึ้นมาได้เอง

อาการ
อาการขึ้นอยู่กับปริมาณที่กินเข้าไปมากหรือน้อย มีอาการชาที่ริมฝีปาก มือและเท้า เวียนศรีษะ คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ แขนขาไม่มีแรง พูดไม่ออก กลืนลำบาก หายใจไม่ออก กล้ามเนื้อเกี่ยวกับการหายใจเป็นอัมพาต เนื่องจากพิษของ แมงดาทะเลเป็นพิษต่อระบบประสาทที่ควบคุมการหายใจ ในเด็กเล็กจะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ใหญ่