ความรู้เกี่ยวกับโรคจากอาหารเป็นสื่อ


พืชพิษ

สบู่ดำ
ลักษณะ
ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 3 เมตร ทุกส่วนมียางใส ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่กว้างหรือค่อนข้างกลม กว้าง 7-11 เซนติเมตร ยาว 7-16 เซนติเมตร โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ หรือ หยักเว้า 3-5 หยัก เส้นใบออกจากโคนใบ ก้านใบยาว 6-18 เซนติเมตร ดอกสีเขียวแกมเหลือง ออกเป็นช่อที่ซอกใบหรือปลายยอด แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกยาว 6-10 เซนติเมตร ดอกเพศผู้ กลีบดอก 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมกันเป็นรูปถ้วย ภายในมีเกสรผู้จำนวน 10 อัน เรียงเป็นสองชั้น ดอกเพศเมียกลีบดอกแยกกัน รังไข่เรียบเกลี้ยง ผลกลมขนาด 2.5-3 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกเป็น 3 พู แต่ละพูมี 2 กลีบ เมล็ดรูปกลมรี สีดำ ผิวเกลี้ยง

สารพิษ
Toxalbumin(Curcin) และ Phorbalester

อาการ
จากการสัมผัส ผิวหนังบวมแดง แสบร้อน
จากการรับประทานเมล็ดและน้ำมัน
ประมาณ 30-60 นาที จะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย      ถ่ายเป็นเลือด ในรายที่อาการรุนแรง อาจมีอาการมือและเท้าเกร็ง หายใจหอบ ความดันเลือดต่ำ หัวใจเต้นผิดปกติ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้


กลอย
ลักษณะ
ไม้เถาล้มลุก ไม่มีมือเกาะ มีหัวใต้ดิน ลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร ลำต้นกลม มีหนามเล็กๆ กระจายทั่วไป และมีขนนุ่มๆ สีขาวปกคลุม มีรากเจริญเป็นหัวสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน หัวใต้ดิน ส่วนมากกลมรี บางทีเป็นพู มีรากเล็กๆกระจายทั่วทั้งหัว มี 3-5 หัวต่อต้น เปลือกหัวบาง สีน้ำตาลออกเหลือง นื้อในหัวมี 2 ชนิดคือ สีขาว (กลอยหัวเหนียว) และสีครีม (กลอยไข่ กลอยเหลือง) ใบประกอบ เรียงตัวแบบเกลียว ผิวใบสากมือ มีขนปกคลุม มีใบย่อย 3 ใบ ใบกลางแผ่นใบรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 6-15 เซนติเมตร ยาว 8-25 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลม โคนแหลม ขอบใบเรียบ เส้นใบนูน ใบย่อย 2 ใบ แผ่นใบรูปไข่ รูปไข่กลับ ขนาดสั้นกว่าใบกลางแต่กว้างกว่า ปลายแหลม โคนกลม เส้นใบออกจากจุดเดียวกัน ก้านใบยาว 10-15 เซนติเมตร ดอกช่อแบบแยกแขนง แยกเพศอยู่คนละต้น ดอกย่อยมีขนาดเล็ก จำนวน 30-50 ดอกสีเขียว ออกตามซอกใบ ห้อยลง ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อแยกแขนง 2-3 ชั้น ดอกตั้งขึ้น ยาวได้ถึง 40 เซนติเมตร เกสรเพศผู้จำนวน 6 อัน ดอกเพศเมียออกเป็นช่อชั้นเดียว ดอกชี้ลงดิน กลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ 6 กลีบ เรียงเป็น 2 วง ผลแก่แตกได้ มีสีน้ำผึ้ง มีครีบ 3 ครีบ กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ยาว 5.5 เซนติเมตร แต่ละครีบมี 1 เมล็ด ผิวเกลี้ยง เมล็ดกลมแบน มีปีกบางใสรอบเมล็ด พบตามที่ลุ่มต่ำ ที่รกร้างทั่วไป ป่าเต็งรัง ป่าผสม และป่าดงดิบ ออกดอกช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน

สารพิษ
ไดออสซิน(dioscin)

อาการ
คันปาก ลิ้น คอ  คลื่นไส้ อาเจียน มึนเมา วิงเวียน ใจสั่น ตาพร่า อึดอัด เป็นลม และตัวเย็น บางรายมีอาการประสาทหลอนคล้ายกับอาการของคนบ้าลำโพง และอาจมีอาการกระตุกของกล้ามเนื้อด้วย แต่ไม่ถึงกับทำให้เสียชีวิต


มันสำปะหลัง
ลักษณะ
ลำต้นมีลักษณะคล้ายข้อ เพราะจากก้านใบซึ่งแก่ร่วงหล่นไป สีของลำต้นบริเวณใกล้ยอด จะมีสีเขียว ส่วนที่ต่ำลงมาจะมีสีแตกต่างกันไปตามลักษณะพันธุ์ เช่น สีเงิน สีเหลือง สีน้ำตาล ใบมีก้านใบยาวติดกับลำต้น แผ่นใบเว้าเป็นแฉกมี 3-9 แฉก มันสำปะหลังมีดอกตัวผู้ และ ดอกตัวเมีย อยู่ในช่อดอกเดียวกัน แต่อยู่แยกคนละดอก ดอกตัวผู้มีขนาดเล็ก อยู่บริเวณ ส่วนปลายของช่อดอก ส่วนดอกตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่า อยู่บริเวณส่วนโคนของช่อดอก ดอกตัวเมียจะบานก่อนดอกตัวผู้ประมาณ 1 อาทิตย์ การผสมเกสร จึงเป็นการผสมข้าม ระหว่างต้น หลังจากปลูกแล้วประมาณ 2 เดือนรากจะเริ่มสะสมแป้ง และมีขนาดใหญ่ขึ้น ตามอายุเรียกว่า หัว จำนวนหัว รูปร่าง ขนาด และน้ำหนัก แตกต่างกันไปตามพันธุ์ พันธุ์พื้นเมืองที่ใช้ปลูกในประเทศไทย เมื่ออายุประมาณ 1 ปี ยาวประมาณ 27.7- 43.3 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 4.6-7.8 เซนติเมตร ใต้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ดี และมันสำปะหลัง มีอายุ มากกว่า 1 ปี บางพันธุ์อาจให้หัวหนักหลายสิบกิโลกรัม

สารพิษ
กรดไฮโดรไซยานิค

อาการ
คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ชัก หอบ มึนงง หายใจขัด หมดสติ อาจตายภายใน 2-4 ชั่วโมง


ลำโพงหรือมะเขือบ้า
ลักษณะ
ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม ตามลำต้นและกิ่งก้านมีสีม่วง ใบเดี่ยว รูปไข่ ออกเรียงสลับ กว้าง 8-15 เซนติเมตร ยาว 10-20 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบมีจักห่างๆ ใบเรียบ โคนใบไม่เท่ากัน ดอกโต รูปปากแตรหรือลำโพง ออกดอกเดี่ยว ตามซอกใบ กลีบดอกสีม่วงโคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน กลีบซ้อนกัน 2-3 ชั้น ดอกยาวประมาณ 3.5-5.5 นิ้ว กลีบเลี้ยงสีเขียว ติดกันเป็นหลอด ยาวครึ่งหนึ่ง ของความยาวดอก  ผลรูปทรงค่อนข้างกลม ขนาดประมาณ 1.1.5 นิ้ว ผิวเป็นขนคล้ายหนามเป็นตุ่ม เนื้ออ่อนเป็นตุ่มๆรอบ ขั้วเป็นแผ่นกลมหนาริมคม ผลสีเขียวอมม่วง พอผลแห้งแตกออกได้ เมล็ดมีจำนวนมาก เมล็ดกลมแบนเหมือนเมล็ดมะเขือ  ลำโพงชนิดนี้เรียกว่า  "ลำโพงกาสลัก"  ลำต้นสีม่วงดำมัน ใบสีเขียวเข้ม ดอกสีม่วงดำ เป็นชั้นๆ มีจาก 2-7 ชั้น ในการทำยา  นิยมใช้ลำโพงกาสลัก ดอกสีม่วงดำ ยิ่งซ้อนมากชั้นยิ่งมีฤทธิ์แรง ส่วนลำโพงขาว จะมีลำต้นและใบสีเขียวอมเหลือง ดอกสีขาว มีชั้นเดียว ผลสีเขียว ผิวมีหนามยาว

สารพิษ
สโคโปลามีน (scopolamine) ไฮออสไซยามีน (hyoscyamine) และอะโทรปีน (atropine)

อาการ
ทำให้คอแห้ง ลิ้นแข็ง หัวใจเต้นเร็ว เสียสติคล้ายคนบ้า อาการจะปรากฏภายในเวลา 5-10 นาทีหลังจากกินเข้าไป แต่ไม่ถึงกับทำให้เสียชีวิต โดยจะแสดงอาการอยู่ราว 2-3 วัน


โพธิ์ฝรั่ง

ลักษณะ
ไม้ต้น อาจสูงได้ถึง 45 ม. ในถิ่นกำเนิด ลำต้นและกิ่งมีหนามกระจาย หูใบ รูปใบหอก ยาว 0.7-1.5 ซม. ร่วงเร็ว ใบเรียงเวียน รูปใบโพ ยาว 7-21 ซม. ขอบจัก ฟันเลื่อยห่าง ๆ แผ่นใบมีขนตามเส้นกลางใบด้านล่าง ก้านใบยาว 6-22 ซม. มี ต่อมหนึ่งคู่ช่อดอกเพศผู้แบบช่อหางกระรอก ดอกเพศเมียออกเดี่ยว ๆ ที่โคนช่อ สีเขียวเปลี่ยนเป็นสีแดง ช่อดอกเพศผู้ยาว 1.5-4.5 ซม. ก้านช่อหนา ยาว 1.2-8 ซม. ใบประดับเป็นแผ่นคล้ายกาบหุ้ม ก้านดอกยาวประมาณ 2 มม. เกสรเพศผู้มี 10-20 อัน เรียง 2-3 วง ก้านชูอับเรณูเชื่อมติดกัน ดอกเพศเมียก้านดอกยาว ประมาณ 1.2 ซม. กลีบเลี้ยงรูปถ้วย ยาว 5-8 มม. มี 5-20 คาร์เพล แต่ละคาร์เพล มีออวุล 1 เม็ด ก้านเกสรเพศเมียยาว 2-3.5 ซม. ยอดเกสรแยกเป็นแฉกแผ่ออก เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.4-2.6 ซม. ผลแห้งแตกเป็นซีก ๆ กลมแป้น เส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 8 ซม. สูง 3-5 ซม. ผนังแข็ง เมล็ดแบน ขนาดประมาณ 2 ซม. มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ เป็นไม้ประดับตามสวนสาธารณะ และวัด เนื้อไม้มีคุณภาพดีแต่ไม่แข็งแรง มีสรรพคุณด้านสมุนไพรหลายอย่าง ยาง มีพิษอาจทำให้ตาบอดได้ เมล็ดมีพิษร้ายแรงเช่นเดียวกัน

สารพิษ
ฮูริน (hurin) หรือ เครพพิติน (crepitin)

อาการ
จากการสัมผัส เกิดอาการแพ้เมื่อสัมผัสถูกผิวหนังโดยเกิดอาการเป็นผื่นแดงแบบไฟลามทุ่ง และพุพองขึ้นเป็นตุ่มน้ำใส หากเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้
จากการรับประทาน
จะทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน และท้องร่วง(อาจมีเลือดปนออกมา) ปวดท้อง ชีพจรเต้นเร็ว ตาพร่า ในรายที่ได้รับสารพิษในปริมาณสูงๆ อาจทำให้เพ้อ ชัก หมดสติและอาจถึงตายได้


ฝิ่นต้น
ลักษณะ
จัดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลักษณะของลำต้นคล้ายกับต้นมะละกอ แต่มีขนาดเล็กและเป็นแกนแข็งกว่า โดยลำต้นจะมีความสูงได้ประมาณ 2-3 เมตร และอาจสูงได้ถึง 6 เมตร ลำต้นค่อนข้างอวบน้ำ เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีเทา มีกระและจุดเล็ก ๆ มียางสีขาว รากมีลักษณะเป็นหัว ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด จัดเป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกประเภท ต้องการน้ำและความชื้นในระดับปานกลาง

สารพิษ
Calcium Oxalate

อาการ
คัน รู้สึกปวดแสบปวดร้อน ปากบวมพอง น้ำลายไหล เยื่อบุแก้ม ลิ้น เพดาน และหน้าบวม บริเวณที่บวมพองอาจจะมีเม็ดตุ่มเกิดขึ้น ลิ้นเคลื่อนไหวลำบาก กลืนอาหารยาก พูดไม่ถนัด คลื่นไส้ อาเจียน


มะกล่ำตาหนู

ลักษณะ
ไม้เถา มีขนประปรายกระจายทั่วไป ขนหนาแน่นตามช่อดอก กลีบเลี้ยงด้านนอก และผล หูใบยาว 3-5 มม. ใบประกอบมีใบย่อย 8-16 คู่ ก้านใบยาว 0.5-2 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนาน ยาว 0.5-2 ซม. ปลายตัด มีติ่งหรือมน โคนกลม ก้านใบยาว ประมาณ 1 มม. ช่อดอกยาว 2-8 ซม. ใบประดับและใบประดับย่อยยาว 0.5-1 มม. ดอกสีม่วง กลีบกลางรูปรี ยาวประมาณ 1 ซม. มีก้าน ปลายเว้า กลีบปีกและคู่ล่าง เรียวแคบกว่า รังไข่และก้านเพศเมียมีขนหนาแน่น ฝักรูปขอบขนาน ยาว 2-4 ซม. มี 2-6 เมล็ด เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 มม. โคนสีดำ ช่วงปลายสีแดง พบทั่วไปในเขตร้อน ขึ้นตามชายป่าและเขาหินปูน ความสูงถึงประมาณ 700 เมตร เมล็ดแข็งเป็นมันวาว มีพิษร้ายแรงถึงชีวิต ใช้ทำเครื่องประดับ ส่วนอื่น ๆ มี สรรพคุณด้านสมุนไพรหลายอย่าง

สารพิษ
Abrin

อาการ
ระบบทางเดินอาหาร จะแสดงอาการภายใน 6 ชั่วโมงหลังจากรับประทาน แต่ก็มีบางรายแสดงอาการภายใน 1-3 วัน โดยจะมีอาการ ได้แก่ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง มีเลือดออกในทางเดินอาหาร  ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือด และช็อคจากการเสียเลือด      
ระบบหัวใจและหลอดเลือด
  ความดันเลือดต่ำ   หัวใจเต้นเร็วและผิดปกติ ในรายที่ได้รับสารพิษปริมาณมากหัวใจล้มเหลว ถึงขั้นเสียชีวิตได้   
ระบบประสาทส่วนกลาง
ทำให้มีอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น เลื่อนลอย เพ้อ จนกระทั่งอาจไม่รู้สึกตัว   
ระบบทางเดินปัสสาวะ
มีเลือดออกมาพร้อมปัสสาวะ แต่ปริมาณปัสสาวะน้อยเนื่องจากเซลล์ไตถูกทำลาย  
ระบบกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้ออ่อนแรง มือสั่น กล้ามเนื้อหดเกร็ง


บอน
ลักษณะ
เป็นพืชล้มลุกหลายฤดู ชอบขึ้นตามชายน้ำหรือที่ลุ่มมีน้ำขัง ลำต้นเป็นหัวเล็ก ๆ อยู่ในดิน ชูก้านใบโผล่ขึ้นมา มีไหลเลื้อยไปเกิดเป็นต้นใหม่ ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ใบเป็นใบเดี่ยว มีก้านอวบน้ำใหญ่ยาว ใบมีรูปร่างหลายแบบคล้ายหัวลูกศร ก้านใบติดกับแผ่นใบทางด้านล่าง โคนก้านใบแผ่กว้างหุ้มประกบกัน ดอกออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ มีก้าบหุ้มดอกยาวรี โคนป่องมีช่องเปิดเห็นช่อดอกตรงกลาง ส่วนบนของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนล่างเป็นดอกตัวเมีย ต้นบอนจะมีน้ำยางเหนียวสีขุ่น ๆ

สารพิษ
Calcium Oxalate

อาการ
คัน ปวดแสบปวดร้อน อักเสบบวม พองเป็นตุ่มน้ำใส ถ้าโดนตาทำให้ตาอักเสบ อาจทำให้ตาบอดชั่วคราวหรือถาวร


ละหุ่ง
ลักษณะ
ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 5 ม. แยกเพศร่วมต้น มีต่อมน้ำต้อยกระจายตามขอบหูใบ โคนก้านใบ โคนแผ่นใบ และโคนใบประดับ หูใบเชื่อมติดกันรูปสามเหลี่ยม ยาวได้ถึง 1.5 ซม. โอบรอบกิ่ง ร่วงเร็ว ใบเรียงเวียน รูปฝ่ามือ 6-11 แฉก เส้นผ่านศูนย์กลาง 10-20 ซม. โคนแบบก้นปิด ขอบจักฟันเลื่อยไม่เท่ากัน ปลายจักเป็นต่อม ช่อดอกแบบช่อกระจะ หรือแยกแขนงสั้น ๆ ดอกเพศผู้อยู่ช่วงล่าง ดอกเพศเมียอยู่ช่วงบน ไม่มีกลีบดอกและจานฐานดอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ แยกจรดโคน รูปสามเหลี่ยมยาวได้ถงึ 1 ซม. ในดอกเพศเมีย คล้ายเกล็ด เกสรเพศผู้เชื่อมติด เป็นมัดแยกสองแฉกหลายหน รังไข่ 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุลเม็ดเดียว มีเกล็ดคล้ายหนาม ก้านเกสร 3 อัน ยาวเท่า ๆ กลีบเลี้ยง ปลายแฉกลึก ติดทน ผลแห้งแตก รูปรี ยาวประมาณ 1.5 ซม. จัก 3 พู มีขนคล้ายหนาม เมล็ดผิวมีปื้นสีน้ำตาล จุกขั้วจัก 2 พู มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ เมล็ดให้น้ำมัน castor oil และwonder oil ใช้ในอุตสาหกรรมเคลือบเงา ทำสี เคลือบหนัง หมึกพิมพ์ สบู่ น้ำมันหล่อลื่น และมีสรรพคุณแก้พิษต่าง ๆ เมล็ดมีพิษร้ายแรงถึงชีวิต

สารพิษ
โปรตีน

อาการ
คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ปวดท้อง อ่อนเพลีย จุกเสียด กระหายน้ำ ปวดศีรษะ อาจถ่ายเป็นเลือด ความดันเลือดต่ำ อัมพาต ผิวหนังแดง ชัก ม่านตาขยาย และสั่น อาจมีอาการเคลิ้มฝันในเด็ก เลือดออกใน retina


สาวน้อยประแป้ง
ลักษณะ
ไม้ล้มลุกมีลำต้นตรง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนานแกมวงรี ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่มถึงรูปหัวใจ มักมีลายประสีเขียวและขาว ก้านใบมีกาบ  ดอกช่อ มีกาบออกที่ซอกใบ ผลแบบกล้วยสีแดง เมล็ดเรียบ รูปทรงกลมถึงทรงรูปไข่

สารพิษ
Calcium Oxalate

อาการ
คัน ปวดแสบปวดร้อน อักเสบบวม พองเป็นตุ่มน้ำใส ถ้าโดนตาทำให้ตาอักเสบ อาจทำให้ตาบอดชั่วคราวหรือถาวร


เห็ดขี้ควาย
ลักษณะ
หมวกเป็นรูปกระทะคว่ำแล้วแบนลง เส้นผ่านศูนย์กลาง 6.5-8.8 เซนติเมตร ผิวสีฟางข้าวอมเหลือง กลางหมวกมีสีน้ำตาลอมเหลือง มีเกล็ดเล็กๆ กระจายออกไปยังขอบหมวก ขอบมีริ้วสั้นๆ โดยรอบ ครีบสีน้ำตาลดำ ส่วนกลางกว้างกว่า ปลายทั้งสองข้าง ไม่ยึดติดกับก้าน   ก้าน ยาว 4.5-8 เซนติเมตรความสูงของลำต้นประมาณ 5.5-8 ซม. โคนใหญ่กว่าเล็กน้อย  สปอร์ รูปรี  สีน้ำตาลดำ ผนังหนา ผิวเรียบ ด้านบนมีปลายตัดเป็นรูเล็ก ๆ  พบได้ทั่วไป ในแทบทุกภาคของประเทศไทย เห็ดชนิดนี้ชอบขึ้นเป็นดอกเดี่ยวกลุ่มละ 4-5 ดอก บนพื้นดินที่มีมูลสัตว์พวกมูลวัว มูลควายแห้ง

สารพิษ
psilocybin

อาการ
กระวนกระวาย เครียด มึนงง เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย และมักจะหาว กล้ามเนื้อกระตุก สั่น หนาว ๆ ร้อน ๆ แขนขาเคลื่อนไหวไม่ได้ ริมฝีปากชา คลื่นไส้ โดยทั่วไปไม่อาเจียน ภายใน 30-60 นาที จะมีอาการผิดปกติของตา เช่น เห็นเป็นสีต่าง ๆ ขณะที่ปิดตา ระบบการรับรู้เรื่องเวลาผิดไป มีอาการเคลิ้มฝัน และการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ เช่น รู้สึกเศร้า มีความรู้สึกเหมือนฝัน และเปลี่ยนบุคลิก ไม่มีสมาธิ และไม่สามารถแสดงความรู้สึกได้ถูกต้อง เหงื่อแตก หาว น้ำตาไหล หน้าแดง ม่านตาขยาย หัวใจเต้นแรง ใน 1-2 ชั่วโมง ความผิดปกติของตาจะเพิ่มมากขึ้น มีอาการฝันต่าง ๆ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปใน 2-4 ชั่วโมง แต่บางรายอาการอาจจะนานถึง 6-8 ชั่วโมง อาการจะหายไปเองโดยไม่มีอาการค้าง